5 ความเชื่อ ไขความจริง สู้เบาหวาน (1)

5 ความเชื่อ ไขความจริง สู้เบาหวาน (1)

ต้องยอมรับว่า "โรคเบาหวาน"  เมื่อเป็นแล้วจะไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถดำรงชีวิตให้เหมือนปกติไ้ด้ หากมีวินัยในการใช้ชีวิตที่ดี ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี โรคเบาหวานยังคงเป็นโรคยอดฮิตของคนไทย  โดยมีสถิติจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยที่ระบุว่า ในคนไทยอายุ  15 ปีขึ้นไปทุกๆ 100 คน  จะมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ 7 คน ความน่ากลัวของโรคเบาหวาน อยู่ที่โรคนี้อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอื่นๆ ได้อีกหลายสิบโรค  เราจึงขอนำเสนอ "ความเชื่อและความจริงของโรคเบาหวาน" ซึ่งไม่ว่าจะป่วยแล้ว  หรืออยากป้องกันตัวเองไม่ให้ป่วยไปค้นหาคำตอบที่ถูกต้องด้วยกัน  เพราะไม่แน่ว่าความเชื่อ (ผิดๆ) ต่อไปนี้อาจเป็นสิ่งที่หลายคนอ่านแล้วต้องบอกว่า  “ไม่น่าเชื่อ”  ก็เป็นได้














Fact : เนื่องจากโรคนี้มีชื่อว่า  “เบาหวาน”  ทำให้หลายคนเข้าใจว่า  ปัจจัยก่อโรคเกิดจากการกินแป้งหรือน้ำตาลเป็นหลัก แต่นักวิจัยจากโรงเรียนสาธารณสุขฮาร์วาร์ด (Harvard  School of Public Health: HSPH) ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาวิจัยพบว่า  เนื้อสัตว์ใหญ่จำพวกเนื้อแดง (RedMeat)  เช่น  เนื้อวัว  เนื้อหมู  รวมทั้งเนื้อที่ผ่านการปรุงแต่ง  เช่น  ไส้กรอก  เบคอน  แฮม  และอื่นๆ  ก็เป็นตัวการก่อโรคเบาหวานเช่นกัน

จากการศึกษาพบว่า  นอกจากแป้งและน้ำตาลแล้ว  ไขมันอิ่มตัวซึ่งมีมากในเนื้อสัตว์ใหญ่ กลับเป็นอีกตัวการหนึ่งที่ก่อโ รคเบาหวาน  เพราะไขมันอิ่มตัวจะไปยับยั้งให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้น้อยลง  ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ช้า  และเมื่อน้ำตาลไม่ลด  ตับอ่อนจึงต้องผลิตอินซูลินออกมาเพิ่มเกินกว่าปกติ  เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักเกินไปและเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ  จนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เหมือนตอนที่ตับอ่อนยังทำงานเป็นปกติ  ซึ่งจะนำไปสู่โรคเบาหวานในที่สุด

นอกจากนี้  นายแพทย์เจอรัลด์  เรเวน (Gerald  Reaven)  แพทย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด  ประเทศสหรัฐอเมริกายังให้ข้อมูลที่ตรงกันว่า  “คนที่มีไขมันสะสมในร่างกายมาก  โดยเฉพาะคนอ้วน  ซึ่งมีการสะสมของไขมันในเซลล์มากกว่าคนผอม  จะมีโอกาสป่วยเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ง่าย  เนื่องจากไขมันอิ่มตัวเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของอินซูลิน  ซึ่งหากร่างกายมีไขมันในเซลล์มาก  อินซูลินก็จะยิ่งนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้น้อยลง  เมื่อนานวันเข้า  ร่างกายจึงเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ง่าย  อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด  ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดโรคอื่นๆ  ตามมา  เช่น  อัมพฤกษ์อัมพาต  เป็นตะคริวที่เท้า  หรือหากมีการติดเชื้อก็จะหายยากและกลายเป็นแผลเน่าจนอาจต้องตัดขา”

ความคิดที่ว่า  หากเรากินเนื้อสัตว์ใหญ่เต็มที่  แต่ควบคุมการกินแป้งและน้ำตาลให้อยู่ในปริมาณไม่มาก  จะไม่มีสิทธิ์เป็นโรคเบาหวาน  จึงอาจเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเต็มร้อยเปอร์เซ็นค่ะ

How to Fix :  แม้เนื้อสัตว์ใหญ่จะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีแต่การกินอาหารประเภทโปรตีนและไขมันนั้นถือเป็นสิ่งที่ร่างกายเราขาดไม่ได้  ดังนั้น  เราจึงควรปรับเปลี่ยนจากเนื้อสัตว์เป็นอาหารประเภทอื่นๆ แทน  ได้แก่

• กินโปรตีนจากพืชและปลาเป็นหลัก
วอลเตอร์  วิลเลตต์   (Walter  Willett) นักโภชนาการชาวอเมริกัน  หนึ่งในผู้ดูแลงานวิจัยข้างต้น  แนะนำว่า  คนที่เป็นเบาหวานควรหลีกเลี่ยงการกินเนื้อแดง รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อแดงแล้วหันมากินโปรตีนจากแหล่งอื่น เช่น  โปรตีนจากเมล็ดธัญพืชหรือโฮลเกรน  ถั่ว  เต้าหู้  รวมทั้งเนื้อปลาที่มีไขมันต่ำ  เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่จำเป็น  โดยไม่ต้องรับไขมันปริมาณมากเข้าไปด้วย

• กินไขมันไม่อิ่มตัว 
ไขมันอิ่มตัว คือปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน  ทางเลี่ยงที่จะทำให้ร่างกายได้รับไขมันโดยไม่ทำร้ายสุขภาพจึงเป็นการเลือกกินไขมันไม่อิ่มตัว  ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันชนิดร้ายในร่างกายได้  เช่น  ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ  เมล็ดทานตะวัน  น้ำมันรำข้าว  น้ำมันมะกอก  อะโวคาโด  อย่างไรก็ตาม  รองศาสตราจารย์  ดร. วินัย  ดะห์ลัน  ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แนะนำว่าถึงเป็นไขมันชนิดดี  แต่ก็ไม่ควรกินในปริมาณมากเกินไป  เพราะจะเป็นโทษต่อระบบทางเดินอาหาร
 




เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com