โรคเบาหวาน??

โรคเบาหวาน??

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะให้เป็นปกติได้

โรคนี้สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ไปสู่บุตรหลานได้

สาเหตุ : เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนที่ไม่สามารถผลิต ฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอกับ ความต้องการของร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำพาน้ำตาลเข้าไปในเนื้อเยื่อ เพื่อไปใช้เป็นพลังงาน ในกรณีที่ร่างกายขาดอินซูลิน จะเกิดภาวะน้ำตาลคั่งในเลือด แล้วถูกขับออกมากับปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการเบาหวาน

อาการ : ระยะแรกไม่มีอาการบ่งชัด เมื่อเป็นระยะหลัง จะมีอาการชัดเจนคือ

  • ดื่มน้ำบ่อยและมาก
  • กินจุแต่ผอมลง
  • เป็นแผลหรือฝีง่าย แต่หายยาก
  • ตาพล่ามัว
  • บุตรคนแรกคลอดน้ำนักเกิน 4 กิโลกรัม
  • ปัสสาวะบ่อยและมาก
  • น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย
  • คันตามผิวหนัง และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
  • ชาปลายมือปลายเท้า ความรู้สึกทางเพศลดลง


การรักษา : ต้องควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และควบคู่กับการรักษาทางยา

1. อาหาร : อาหารที่รับประทานแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    กลุ่มแรก "อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง" ไม่ควรรับประทานได้แก่
    - อาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบโดยตง รวมทั้งน้ำผึ้งด้วย
    - ผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน มะม่วงสุก ฯลฯ
    - เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม ฯลฯ

   กลุ่มสอง อาหารที่ "ต้องจำกัดปริมาณ" ได้แก่
   - อาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เผือก มัน ฯลฯ
   - อาหารประเภทไขมัน เช่น มะพร้าว น้ำมันหมู อาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน ฯลฯ
   - ผลไม้ที่มีรสหวานอ่อนๆ เช่น ส้ม มะละกอสุก ฯลฯ

   กลุ่มสาม อาหารที่"รับประทานได้ไม่จำกัด" เช่น
   - เนื้อสัตว์ที่ไม่ีมัน เช่น ปลา
   - เครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ
   - เครื่องเทศต่างๆ ถั่วต่างๆ
   - อาหารที่มีเส้นใยมากๆ เช่น ข้าวซ้อมมือ ผักทุกชนิด เม็ดแมงลัก เป็นต้น

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะเกิดผลดี
   - ทำให้ระดับน้ำตาล ควบคุมได้ดีขึ้นและทำให้การใช้ยากินหรือยาฉีดน้อยลงได้
    -  ทำให้ช่วยลดน้ำหนักตัว
   - ช่วยลดภาวะความดันโลหิตสูง และอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใ

3. ยา
ควบุคมระดับน้ำตาล ด้วยยารักษาเบาหวานสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์

โรคแทรกซ้อน
1. พบภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
2.โรคตาจากเบาหวาน เช่น ตามัว ต้อกระจก
3.โรคไตจากเบาหวาน เช่น เกิดไตเสื่อมสมรรถภาพในการขับถ่าย และเกิดไตวายในที่สุด
4.หลอดเลือดสมองตีบ-ตัน ทำให้เป็นอัมพาต กลืนลำบาก พูดไม่ชัด
5.หลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย
6.กลุ่มโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายเกิดแผลที่เท้าและเน่า มีแผลจะติดเชื้อง่ายรักษายาก
7.เกิดอักเสบจากปลายประสาท ทำให้มีอาการชาปลายมือ ปลายเท้า หมดความรู้สึกทางเพศ

การปฏิบัติตัว ของผู้ป่วยเบาหวาน
  - ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวัน เช่น เดิน หรือ วิ่งเหยาะๆ
  - รักษาเท้าให้สะอาด อย่าตัดเล็บสั้นเกินไป และอย่าสวมรองเท้าคับเกินไป
  - ถ้ามีบาดแผลรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษา
  - ทำจิตใจให้สบาย ความเครียดหรือกังวลใจมากๆ จะทำให้น้ำตาลถูกขับออกจากตับมาก มีผลให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้น

อันตราย ที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที

1.ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก

ผู้ป่วยจะมีอาการกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ใจเต้นแรงเร็ว หายใจหอบลึก มีกลิ่นเหมือนผลไม้สุก ซึม และอาจหมดสติได้
วิธีแก้ไข
  - รีบพบแพทย์หรือส่งโรงพยาบาลด่วน หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้

2.ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

วิธีแก้ไข
  - เมื่อเริ่มรู้สึกหิว ใจสั่น มือสั่น ให้กินน้ำหวาน หรือน้ำตาล หรือของหวานๆ ทันที
  - หากหมดสติให้นำส่งโรงพยาบาล ถ้าชักช้าอาจอันตรายถึงชีวิต

เราจะทราบว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ โดย
  - ไปพบเพทย์ตรวจหาน้ำตาลในเลือด
  - ตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ

ข้อปฏิบัติในการมาเจาะเลือด เพื่อตรวจเบาหวาน

1. งดอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำดื่ม ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนก่อนวันเจาะเลือดจนถึงเวลาเจาะเลือด
2. งดฉีดกลูโคส น้ำเกลือทางเส้นเลือดหลังเที่ยงคืนจนถึงเวลาเจาะเลือด


การ รักษาเบาหวานต้องยึดสิ่ง สำคัญ คือ การรักษาทางยา ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย ผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าเป็นวัณโรคด้วย โรคอาจกำเริบมากขึ้น ต้องควบคุมรักษาเบาหวานโดยใกล้ชิดจากแพทย์



 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์เส้นทางสุขภาพ

Powered by MakeWebEasy.com